ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 3/2566 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 3/2566 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี , คณะกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่เลขานุการ ในการประชุมดังกล่าว ที่ประชุม ก.ต.ช.รับทราบงบกองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา, รับทราบประกาศคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ 4 คณะ ได้แก่ คณะอนุ ก.ต.ช.ฯ ด้านยุทธศาสตร์และการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้านกฎหมาย ด้านพัฒนาองค์กร ด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ, รายงานผลโครงการสำรวจความพึงพอใจและปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชนทั่วไป และผู้มีส่วนได้เสียต่อการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจทั่วประเทศ ประเมินจำนวน 5 ด้าน อาทิ ยาเสพติด ป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวน การแจ้งเหตุด่วน และงานจราจร, หลักการประเมินแบบแข่งขันกับตนเองตามสภาพพื้นที่ สภาพแวดล้อม ประชาชนในพื้นที่ การประเมินจำนวน 2 ครั้ง กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ต้องหา ผู้เสียหาย ผู้แจ้งเหตุ ฯลฯ โดยพบว่าคะแนนในการประเมินครั้งที่สองมีคะแนนสูงขึ้นในทุกด้าน เนื่องจากการสื่อสารภายในองค์กร และการเข้าถึงประชาชน แก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทดแทนที่ว่าง จำนวน 2 ตำแหน่ง และเห็นชอบการกำหนดขนาดสถานีตำรวจตามนัยมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 โดยกำหนดให้สถานีตำรวจระดับใหญ่ ที่มีหัวหน้าสถานีตำรวจดำรงตำแหน่ง “ผู้กำกับการ” , ระดับกลาง ที่มีหัวหน้าสถานีตำรวจดำรงตำแหน่ง “ผู้กำกับการหรือสารวัตรใหญ่ (รอง ผกก.) , ระดับเล็ก ที่มีหัวหน้าสถานีตำรวจดำรงตำแหน่ง “สารวัตร” ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายและแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะยานพาหนะ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ การให้บริการประชาชน การป้องกันปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมด้านต่าง ๆ การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจต้องมีความเป็นธรรม สำหรับสถานีตำรวจระดับเล็กในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ วิเคราะห์ศึกษายกระดับฐานะของสถานีตำรวจ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้เข้าไปช่วยเหลือ แสวงหาความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ สนับสนุนการทำงานต่อไป